แหวนรองสปริงคลื่น — แนะนำผลิตภัณฑ์
แหวนรองสปริงคลื่น (GB/T 955-1987) เป็นแหวนรองยืดหยุ่นที่ดัดโค้งเป็นลอนคลื่นตามแนวเส้นรอบวง อาศัยโครงสร้างคลื่นหลังการขันแน่นทำให้เกิดแรงดีดกลับตามแนวแกน ช่วยกันคลาย ลดการสั่นสะเทือน และชดเชยช่องว่าง แหวนรองชนิดนี้โดยทั่วไปผลิตจากเหล็กสปริง เช่น 65Mn, 60Si2Mn เป็นต้น ผ่านการชุบแข็งและอบคืนตัว ความแข็งโดยทั่วไปควบคุมให้อยู่ในช่วง HRC 40–50 การปรับสภาพผิวที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ การทำดำ ฟอสเฟต ชุบสังกะสี เป็นต้น แหวนรองสปริงคลื่นเหมาะกับงานเชื่อมต่อเกลียวที่ต้องการการกันคลายระดับหนึ่งโดยไม่ทำให้ผิวชิ้นงานที่ถูกยึดเสียหาย
1. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์
• โครงสร้างยืดหยุ่นแบบคลื่น: แหวนรองโดยรวมมีลักษณะเป็นคลื่น เมื่อรับแรงสามารถเกิดการเปลี่ยนรูปแบบยืดหยุ่นตามแนวแกนได้อย่างสม่ำเสมอ
• คืนตัวยืดหยุ่นดี: ผลิตจากเหล็กสปริงและผ่านกรรมวิธีทางความร้อน จึงมีความสามารถในการคืนตัวยืดหยุ่นได้ดี
• ไม่ทำลายผิวชิ้นงาน: ต่างจากแหวนสปริงแบบมีร่องที่กัดผิว แหวนรองคลื่นสร้างแรงยืดหยุ่นผ่านการสัมผัสแบบผิวสัมผัส จึงไม่ขีดข่วนผิวสัมผัสได้ง่าย
• ความแข็งเหมาะสม: ความแข็งของวัสดุที่ใช้ทั่วไปอยู่ที่ HRC 40–50 ให้ทั้งความยืดหยุ่นและความทนทานต่อการสึกหรอ
• ขนาดมาตรฐานเป็นหนึ่งเดียว: เป็นไปตามมาตรฐาน GB/T 955-1987 สะดวกต่อการเลือกใช้และการสับเปลี่ยน
• การปรับสภาพผิวหลากหลาย: มีทั้งการทำดำ ฟอสเฟต ชุบสังกะสี ฯลฯ เพื่อเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนและคุณภาพรูปลักษณ์
2. ข้อดีผลิตภัณฑ์
• กันคลายอย่างนุ่มนวล: ใช้แรงดีดกลับยืดหยุ่นแบบคลื่นเพิ่มแรงเสียดทานในเกลียวคู่ กันคลายได้น่าเชื่อถือและแรงกระจายสม่ำเสมอ
• รองรับและลดการสั่นสะเทือน: โครงสร้างคลื่นสามารถดูดซับพลังงานการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกบางส่วน เหมาะกับอุปกรณ์ที่มีการสั่นสะเทือน
• ปกป้องผิวสัมผัส: ไม่ฝังเข้าไปในเนื้อวัสดุเหมือนแหวนรองล็อกฟันนอก จึงเหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการผิวสัมผัสสูง
• ชดเชยช่องว่าง: ชดเชยช่องว่างตามแนวแกนเล็กน้อยระหว่างการประกอบ เพิ่มความเสถียรของจุดเชื่อมต่อ
• ติดตั้งสะดวก: สวมเข้ากับโบลต์หรือสกรูโดยตรง ไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
• ประหยัดและใช้งานได้จริง: ต้นทุนการผลิตต่ำ ใช้ร่วมกับชิ้นงานอื่นได้ดี เหมาะกับการใช้งานปริมาณมาก
3. ขอบเขตการใช้งาน
• อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า: จุดเชื่อมต่อสกรูภายในเครื่องใช้ในบ้าน เครื่องมือวัด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
• อุตสาหกรรมยานยนต์: ชิ้นส่วนกันคลายรับน้ำหนักเบา เช่น ชิ้นส่วนภายใน แผงหน้าปัด กล่องไฟฟ้า
• เครื่องจักรความละเอียด: อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์เชิงแสง มอเตอร์ขนาดเล็ก ฯลฯ ที่ต้องการการกันคลายแบบนุ่มนวล
• อุปกรณ์สื่อสาร: จุดเชื่อมต่อแผ่นบางหรือจุดเชื่อมต่อละเอียดในตู้ ชั้นวาง และขั้วต่อ
• ผลิตภัณฑ์โลหะ: โคมไฟ กุญแจ ของเล่น และชิ้นส่วนประกอบขนาดเล็กต่าง ๆ
• งานกันคลายอื่น ๆ: เหมาะกับงานเชื่อมต่อเกลียวที่ไม่ควรใช้แหวนสปริงหรือแหวนรองฟัน และผิวสัมผัสต้องไม่เสียหาย